Dream Body Construction System

แคลอรี
กำหนดทิศทาง "น้ำหนัก"

สารอาหาร
กำหนดทิศทาง "กล้ามและไขมัน"

ทำความเข้าใจวิทยาศาสตร์เบื้องหลัง
การลดไขมันและเพิ่มกล้ามเนื้อ
— ก่อนที่คุณจะเริ่มลงมือจริง

⚡ อ่านจบใน 10 นาที 🏗️ Construction System ฉบับสมบูรณ์ 🎯 เฉพาะบุคคล 100%
เลื่อนลงเพื่ออ่าน
Fluk AP
FLUK AP · Founder of Dream Body Club

ระบบฟิตเนสที่สร้างด้วย
Logic ของ Finance
+
Science-based Method
ออกแบบจากร่างกายคุณจริงๆ

ผมเอา mindset เดียวกับที่ทำ First Honor และ MDRT
มาสร้างระบบให้คุณ — ไม่มีการเดา มีแต่ data
ทุกแผนที่ผมออกแบบดูจากสรีระและพฤติกรรมการกินของคุณจริงๆ
พร้อม mindset ทุกอย่างที่คุณต้องการ
เพื่อให้ตัดสินใจได้ทุกสถานการณ์

1000+
คนที่ผมออกแบบ
ระบบให้
10+
ปีประสบการณ์
PCA #3
Men's Physique 2025
GPA 3.98
Econ Finance TU
ปี 2–4 (Total GPA 3.80)

"ทำไมจบ Finance เกียรตินิยม
แล้วมาทำงานด้านฟิตเนส?"

ผมจบ Econ Finance ธรรมศาสตร์ First Honor

3.98 GPA ปี 2–4
3.80 Total GPA

ผมทำ MDRT ได้ใน 6 เดือน — ผมทำงานด้าน Finance ได้ดี แต่ทุกวันที่ไปทำงาน ผมรู้สึกว่ากำลังใช้ชีวิตที่ไม่ใช่ของผม

ในขณะที่ทุกครั้งที่นั่งอธิบาย macro, TDEE, หรือโปรแกรมเวทให้คนที่ถามมา
จาก scientific research ที่ฟลุ๊คชอบศึกษาเกี่ยวกับการสร้างกล้ามช่วงมหาลัย
มันรู้สึกเป็นธรรมชาติมาก เหมือนนี่คือสิ่งที่ผมควรทำ

Finance สอนผมให้รักตัวเลขและคิดเชิงระบบ แต่ฟิตเนสคือที่ที่ผมเอาทุกอย่างนั้นมาใช้แก้ปัญหาได้จริง

TDEE = financial model ของร่างกาย
Macro = portfolio rebalancing

เปลี่ยนแค่ว่า asset ที่จัดการ คือร่างกายคุณ ไม่ใช่พอร์ตเงิน

ผมไม่ได้ ทิ้ง Finance — ผมเอา Finance มาใช้กับคำถามที่ผมอยากแก้จริงๆ
และคำถามนั้นคือสิ่งที่ผมเองเคยถามตอนอ้วน 98 กก. ว่า —
"ทำไมผมทำทุกอย่างถูกแล้ว แต่หุ่นยังไม่เปลี่ยนสักที"


คุณเคยเจอแบบนี้ไหม?

ถ้าเคย — คุณไม่ได้ผิดปกติ และคุณไม่ได้ขยันไม่พอ

ออกกำลังกายทุกวัน แต่ไขมันไม่ลง เหนื่อยทุกครั้งที่เทรน แต่กระจกยังเหมือนเดิมมาหลายเดือนแล้ว
คุมอาหารแล้ว น้ำหนักยังตัน ลดได้ช่วงแรก แล้วก็หยุดอยู่ที่เดิม ไม่รู้ต้องปรับอะไร
ลดน้ำหนักได้ แต่กล้ามหายไปด้วย ตัวเล็กลงจริง แต่ไม่ได้ดูกระชับ กล้ามที่เคยมีก็หายไปด้วย
ทำตาม influencer แล้วไม่เห็นผล ลองแผนนั้น ลองแผนนี้ — ได้ผลกับคนอื่น แต่ไม่ได้ผลกับตัวเอง
ไม่รู้ต้องกินเท่าไหร่ ให้ได้ผล กินน้อยเกินไปก็กลัว กินมากเกินไปก็กลัว ไม่รู้ตัวเลขที่ใช่คืออะไร
รู้สึกว่าต้องทนทุกข์ตลอด หิวตลอดเวลา เหนื่อย ไม่มีแรง แล้วก็พังในที่สุด แล้วก็เริ่มใหม่
เรื่องของผม

10 ปีของการลองผิดลองถูก
ก่อนจะพบว่าปัญหาไม่ใช่วินัย

เด็กอ้วน
1998 – 2011
ออกกำลังกายหนัก
แต่ยังอ้วน

ว่ายน้ำ 2 ชั่วโมง/วัน แต่น้ำหนักไม่ลง — เพราะไม่รู้เรื่องแคลอรีเลยสักนิด

ขาดความรู้เรื่องแคลอรี
skinny fat
2012 – 2015
ลดได้แต่เสียกล้าม
เวทขี้ก้าง ไม่โต

รู้จักการออกกำลังกายแล้ว แต่ยังกลัวแป้ง กลัวไขมัน — ขาด macro ที่ถูกต้อง

ขาดความรู้เรื่องสารอาหาร
result 2018-2020
2016 – ปัจจุบัน
มีระบบที่ถูกต้อง
ผลลัพธ์เกิดขึ้นเอง

เมื่อตัวเลขแม่นยำ — แคลอรี สารอาหาร training ทำงานร่วมกัน ร่างกายเปลี่ยนไปในทุกเดือน

ระบบที่ถูกต้อง

สิ่งที่ผมเรียนรู้จาก 10 ปีนั้นคือ — ปัญหาไม่เคยใช่วินัย
ปัญหาคือผมไม่เคยมีตัวเลขที่ถูกต้องสำหรับร่างกายของผมโดยเฉพาะ

คนที่ไม่เห็นผลส่วนใหญ่ไม่ได้ขาดวินัย
พวกเขาแค่ไม่มีใครบอกว่าตัวเลขที่ใช้อยู่นั้นผิดตั้งแต่แรก

ร่างกายทำงานด้วยตัวเลข — แคลอรี่, โปรตีน, คาร์บ, ไขมัน
ถ้าตัวเลขผิด ความพยายามมากแค่ไหนก็ไม่ถึงจุดหมาย
Blueprint คือระบบที่คำนวณตัวเลขทั้งหมดมาเพื่อร่างกายคุณโดยเฉพาะ

ตัวเลขที่ถูก
ต้องรู้ว่าคุณเป็นใคร

เพศ อายุ มวลกล้ามเนื้อ ความสูง และไลฟ์สไตล์ — ทุกอย่างกำหนดว่าร่างกายคุณต้องการอะไร และเท่าไหร่ เพื่อเผาไขมันและสร้างกล้ามเนื้อได้จริง

❌ สูตรกลาง (Generic)
ค่าเฉลี่ยที่ไม่ได้แม่นสำหรับใครเลย
  • คำนวณจากน้ำหนักรวม — ไม่แยกว่าเป็นไขมันหรือกล้ามเนื้อ
  • Activity factor เดา ๆ ไม่ได้วัดจากชีวิตจริงคุณ
  • Protein target ต่ำเกินไป กล้ามเลยไม่โต หรือหายระหว่างลด
  • ไม่มีระบบปรับเมื่อน้ำหนักหยุด — ติดอยู่ที่เดิมไม่รู้ทำยังไง
✓ คำนวณเฉพาะบุคคล
แม่นตั้งแต่ตัวเลขแรก
  • คำนวณจาก Lean Body Mass — แยก fat mass ออกก่อน TDEE จึงแม่น
  • Activity factor จากกิจวัตรจริง ไม่ใช่ตัวเลือก "Moderately Active"
  • Protein สูงพอที่กล้ามเนื้อจะอยู่รอดและเติบโตระหว่างลดไขมัน
  • มีระบบปรับแผนเมื่อร่างกายเริ่มชิน — ไม่ติดอยู่ที่เดิม
ข้อเท็จจริงที่ต้องรู้: คนสองคนน้ำหนัก 80 kg เท่ากัน แต่ถ้าคนหนึ่งมีกล้ามเนื้อมากกว่า — TDEE ของเขาสูงกว่าอีกคนอย่างมีนัยสำคัญ ใช้สูตรเดิมกับทั้งคู่ไม่ได้

ระบบที่พิสูจน์แล้ว
โดย 1000+ คน

ผลลัพธ์จริงจากลูกค้า
ผลลัพธ์จริงจากลูกค้า
ผลลัพธ์จริงจากลูกค้า
ผลลัพธ์จริงจากลูกค้า
ผลลัพธ์จริงจากลูกค้า
ผลลัพธ์จริงจากลูกค้า
ผลลัพธ์จริงจากลูกค้า
ผลลัพธ์จริงจากลูกค้า
ผลลัพธ์จริงจากลูกค้า
ผลลัพธ์จริงจากลูกค้า
ผลลัพธ์จริงจากลูกค้า
ผลลัพธ์จริงจากลูกค้า
ผลลัพธ์จริงจากลูกค้า
ผลลัพธ์จริงจากลูกค้า
ผลลัพธ์จริงจากลูกค้า
ผลลัพธ์จริงจากลูกค้า
ผลลัพธ์จริงจากลูกค้า

← เลื่อนดูได้ →

ระบบที่ทำให้คนเหล่านี้เปลี่ยนแปลงได้คือ

การรู้ ตัวเลขที่ถูกต้อง ของร่างกายคุณ
แคลอรี่ · โปรตีน · คาร์บ · ไขมัน — เฉพาะคุณ ไม่ใช่สูตรกลาง


ทุกอย่างเริ่มที่
พลังงาน

ร่างกายใช้พลังงานตลอดเวลา — ทั้งตอนนอนหลับ ย่อยอาหาร เดิน และออกกำลังกาย ผลรวมทั้งหมดคือ TDEE ของคุณ

BMR
พลังงานพื้นฐาน
+
NEAT / Activity
กิจกรรมในชีวิต
+
Exercise
ออกกำลังกาย
=
TDEE ของคุณ
Total Daily Energy Expenditure

ร่างกายใช้พลังงานแม้ไม่ทำอะไรเลย
BMR คือพลังงานขั้นต่ำที่ร่างกายต้องการเพื่อให้ยังมีชีวิตอยู่ — หัวใจเต้น ปอดหายใจ สมองทำงาน อวัยวะทุกชิ้นล้วนใช้พลังงาน
🔥 ใช้พลังงานแม้ขณะนอนหลับ ⚠️ น้ำหนักเท่ากัน ≠ BMR เท่ากัน
คน A
80 kg
ไขมัน 25%
Lean Mass
60 kg
BMR คำนวณจาก 60 kg
คน B
80 kg
ไขมัน 15%
Lean Mass
68 kg
BMR คำนวณจาก 68 kg

BMR ไม่เกี่ยวกับไขมัน — คำนวณจาก Lean Body Mass เท่านั้น น้ำหนักเท่ากันแต่ไขมันต่างกัน BMR จึงต่างกัน สูตรกลางไม่รู้ข้อมูลนี้

ต้องคำนวณจาก Lean Body Mass หรือน้ำหนักตัวที่ไขมัน ต่ำกว่า 10% — ถึงจะได้ BMR ที่แม่นยำที่สุด

💡

ดังนั้น คนน้ำหนัก 80 kg เท่ากัน แต่ถ้าไขมันมากกว่า → Lean Mass ต่ำกว่า → BMR ต่ำกว่า — นี่คือข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: คำนวณ BMR จากน้ำหนักรวม ได้ค่าสูงเกินจริง กินตามตัวเลขนั้น กลายเป็นกินเกิน TDEE จริง แล้วสงสัยว่าทำไมน้ำหนักไม่ลง


+
แค่อาชีพต่างกัน พลังงานก็ต่างกันมาก
กิจกรรมในชีวิตประจำวันที่ไม่ใช่การออกกำลังกายนั้น มีผลต่อ TDEE มากกว่าที่คนส่วนใหญ่คิด — และมันต่างกันมากในแต่ละคน
💻
งานออฟฟิศ / WFH
นั่งนิ่งส่วนใหญ่ เดินน้อย กิจกรรมนอกเวลาน้อย
Activity ต่ำ
🧑‍🏫
ครู / พนักงานที่เดินทาง
ยืนและเดินบ้าง แต่ไม่ใช้แรงงานหนัก
Activity ปานกลาง
🏗️
คนงาน / ใช้แรงงาน
เคลื่อนไหวตลอดวัน ยกของ ใช้แรงงานต่อเนื่อง
Activity สูง
นักกีฬา / ฝึกซ้อมหนัก
ซ้อม 2 รอบ/วัน เคลื่อนไหวสูงมากตลอดวัน
Activity สูงมาก
เลื่อนดูได้
💡

ประเด็นสำคัญ: คนสองคนออกกำลังกายเหมือนกันทุกอย่าง แต่ถ้าคนหนึ่งทำงานออฟฟิศส่วนอีกคนเป็นครูที่เดินทั้งวัน — TDEE ของเขาต่างกันมาก การเลือก activity factor แบบ "เดาๆ" จึงผิดแทบทุกครั้ง


+
ขึ้นอยู่กับว่าวันนั้นคุณทำอะไร
ต่างจาก NEAT ตรงที่ Exercise เป็นสิ่งที่คุณ "เลือก" ทำ — และแต่ละวันต่างกันมาก
😴
วันพัก Rest Day — ไม่มี exercise
0 kcal
🏋️
วันเวท ขึ้นอยู่กับ อายุ · กล้ามเนื้อ · โปรแกรม · ระยะเวลา
200–900 kcal
🏃
วันคาร์ดิโอ ขึ้นอยู่กับ ชนิดของ Cardio · Duration
Vary มาก
🔥
วันเวท + คาร์ดิโอ Weight รวม + Cardio รวม
Vary มากที่สุด
Blueprint คำนวณให้อย่างไร

เพราะ Exercise vary มากในแต่ละคน — Blueprint จะมีการถามและคำนวณเฉพาะคุณ:

· Weight training แบบไหน และระยะเวลาเท่าไหร่
· Cardio แบบไหน และ duration นานแค่ไหน
· ดูสรีระร่างกายประกอบเพื่อคำนวณอย่างแม่นยำ

=
การใช้พลังงานจริงในแต่ละวัน
ไม่ใช่ทุกวันที่ร่างกายต้องการพลังงานเท่ากัน
วันที่คุณเวท วันที่พัก วันที่ทำ cardio — ร่างกายใช้พลังงานต่างกัน การกินตัวเลขเดิมทุกวันจึงไม่ตอบโจทย์
😴
วันพัก
Rest Day
พลังงานต่ำที่สุด

ร่างกายฟื้นฟู ไม่มีกิจกรรมเพิ่ม ต้องการพลังงานน้อยที่สุดในสี่วันประเภท

🏋️
วันเวท
Weight Training Day
พลังงานปานกลาง

เทรนหนัก ต้องการ carb เพื่อเป็นเชื้อเพลิง และ protein เพื่อสร้างกล้าม

🏃
วันคาร์ดิโอ
Cardio Day
พลังงานสูง

ใช้พลังงานจาก cardio เยอะ ต้องเพิ่มแคลรี่รองรับกิจกรรมที่สูงขึ้น

🔥
วันเวท + คาร์ดิโอ
Weight + Cardio Day
พลังงานสูงที่สุด

ทำทั้งสองอย่างในวันเดียว ร่างกายใช้พลังงานสูงสุด — ต้องรองรับให้เพียงพอ

เลื่อนดูได้
💡

ทำไมต้องแยกตามวัน: การกินตัวเลขเดิมทุกวันหมายความว่า วันที่ออกกำลังกายหนักคุณกินน้อยเกินไป วันที่พักคุณกินมากเกินไป — ทั้งสองแบบส่งผลต่อ performance และ body composition

รู้ TDEE แล้ว — ค่อยตัดสินใจทิศทาง
เมื่อรู้ว่าร่างกายใช้พลังงานเท่าไหร่ต่อวัน ขั้นต่อไปคือเลือกว่าจะกินมากกว่า น้อยกว่า หรือเท่ากับ TDEE
Caloric Deficit
กินน้อยกว่า TDEE → ลดน้ำหนัก

ร่างกายดึงพลังงานจาก fat stores มาทดแทน — น้ำหนักลดลง
แต่ต้องกิน protein ให้พอ ไม่งั้นกล้ามจะหายไปด้วย

Caloric Surplus
กินมากกว่า TDEE → เพิ่มน้ำหนัก

มีพลังงานส่วนเกินสำหรับสร้างกล้ามเนื้อใหม่ — ต้องคู่กับการเทรน
surplus มากเกินไปจะได้ไขมันแทนกล้าม

สังเกตไหมว่า

ด้านบนเขียนว่า กินน้อยกว่า TDEE → ลดน้ำหนัก
ไม่ใช่ → ลดไขมัน

เพราะ Calories บอกได้แค่ว่าน้ำหนักจะขึ้นหรือลง
แต่ไม่ได้บอกว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปนั้นคืออะไร

สิ่งที่กำหนดว่าจะเป็นกล้ามเนื้อหรือไขมัน
— คือสารอาหาร

ถ้าเคยลดแล้วน้ำหนักหยุดกลางทาง
— นั่นไม่ใช่เพราะร่างกายดื้อ

มันเกิดจากกล้ามเนื้อที่หายไปโดยไม่รู้ตัวระหว่างที่ลด
เมื่อกล้ามลด TDEE ก็ลดตาม — กินเท่าเดิมแต่ร่างกายใช้พลังงานน้อยลง
น้ำหนักเลยหยุด

กล้ามเนื้อคือเตาเผาพลังงาน
เสียไปเท่าไหร่ metabolism ช้าลงเท่านั้น

คนที่ลดด้วย deficit อย่างเดียว โดยไม่จัดการสารอาหาร
มักได้ร่างกายที่เบาลง แต่ไม่กระชับ และน้ำหนักค้างเร็ว

Section ถัดไป

ให้น้ำหนักที่ลดมาจากไขมัน
— ไม่ใช่กล้ามเนื้อ

ต้องรู้ว่าต้องกินสารอาหารอะไร ปริมาณเท่าไหร่ — ถึงจะได้ผลที่ต้องการ

ร่างกายของคุณคือ
บ้านที่กำลังก่อสร้าง

เมื่อเข้าใจ "วัสดุก่อสร้าง" ที่ร่างกายต้องการ — คุณจะรู้ว่าต้องจัดการยังไง

🏗️
ร่างกายของคุณ
โครงสร้างที่ต้องสร้าง / ปรับ
=
🏠
บ้านหนึ่งหลัง
ต้องมีวัสดุ + คนงาน + พลังงาน
🧱
Protein
วัสดุก่อสร้าง

วัสดุหลักสำหรับสร้างและซ่อมกล้ามเนื้อ — ไม่ใช่ตอนเทรน แต่ตอนนอนหลับ ถ้าไม่มี protein พอ ร่างกายไม่มีอะไรใช้สร้าง เทรนหนักแค่ไหนก็ไม่ได้กล้าม

4 kcal / กรัม
👷
Carbohydrate
คนงานก่อสร้าง

พลังงานหลักของกล้ามเนื้อและสมอง ถ้าขาด — คนงานหมดแรง ไม่มีแรงเทรน ไม่มีแรงคิด carb ไม่ใช่ศัตรู ปัญหาคือกินเกิน TDEE ไม่ใช่กิน carb

4 kcal / กรัม
🔧
Fat
เครื่องมือช่าง

เครื่องมือที่ขาดไม่ได้ — ไม่ใช่แค่พลังงาน แต่เป็นวัตถุดิบของฮอร์โมน การดูดซึม vitamin และการทำงานของสมอง ไม่น้อยเกิน ไม่มากเกิน

9 kcal / กรัม · 20–30% ของแคลรี่
🏗️
Weight Training
การทุบกำแพงเก่า — เพื่อขยายบ้านให้ใหญ่กว่าเดิม

วัสดุ (Protein/Carb/Fat) คือสิ่งที่บ้านต้องการ — แต่บ้านจะขยายไม่ได้ถ้าไม่มีใครทุบกำแพงเก่าออกก่อน
Weight Training คือสัญญาณที่บอกร่างกายว่า "สร้างใหม่ให้ใหญ่กว่าเดิม" — และต้องทุบให้ครบทั้ง 4 ด้าน ถึงจะขยายได้เต็มศักยภาพ

"

ร่างกายของคุณเปรียบเสมือน
บ้านหนึ่งหลัง

บ้านแต่ละหลังต้องมี
พิมพ์เขียว (Blueprint)
ที่แตกต่างกัน

นั่นคือเหตุผลที่ Macro ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน — ตัวเลขที่ได้ผลกับคนอื่นอาจไม่ใช่ตัวเลขที่ได้ผลกับคุณ และนั่นคือสิ่งที่เราจะคำนวณให้แม่นยำถัดไป

Macro คำนวณยังไง — และคนส่วนใหญ่พลาดตรงไหน

รู้ TDEE แล้ว ขั้นต่อไปคือแบ่ง "งบประมาณ" นั้นออกเป็น Protein / Fat / Carb ให้ถูกสัดส่วน

ลำดับการคำนวณที่ถูกต้อง
ต้องรู้ว่าร่างกายใช้พลังงานเท่าไหร่ต่อวัน รวมทุกกิจกรรม — นี่คือ "งบประมาณ" ทั้งหมดที่มี ถ้า TDEE ไม่แม่น macro ที่คำนวณออกมาก็ผิดตามไปด้วย
ลดไขมัน → กินน้อยกว่า TDEE เล็กน้อย (deficit ไม่ต้องมาก ไม่ต้องหัก aggressive) · เพิ่มกล้าม → กินมากกว่า TDEE เล็กน้อย (surplus พอดี ไม่ต้องกินเยอะจน fat เพิ่ม)
Protein คือวัสดุก่อสร้าง ต้องกำหนดก่อน ไม่ใช่เอาส่วนที่เหลือ ถ้า protein ต่ำเกินไป — กล้ามหายแน่นอนระหว่างลดไขมัน แม้จะ deficit ถูกต้องแค่ไหนก็ตาม
Fat ต้องมีในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อรองรับฮอร์โมนและการทำงานของร่างกาย ตัดออกมากเกินไปจะกระทบ testosterone, estrogen และการดูดซึม vitamin ที่ละลายในไขมัน
หักแคลรี่จาก Protein และ Fat ออกแล้ว — ที่เหลือทั้งหมดคือ Carb Carb ไม่ใช่ศัตรู มันคือพลังงานที่คนงานต้องการทำงาน ปัญหาคือกิน carb เกิน TDEE ไม่ใช่การกิน carb
❌ ความผิดพลาดที่คนส่วนใหญ่ทำ
เอาสูตรกลางมาคำนวณ macro โดยที่ TDEE เองก็ยังเดาอยู่ — ผลลัพธ์ก็เดาทั้งหมด ไม่ว่าสัดส่วน macro จะดูดีแค่ไหนในกระดาษ
รู้สึกว่ากิน protein เยอะแล้ว แต่จริงๆ ยังไม่ถึงเป้า กล้ามเลยหายระหว่างลดไขมัน แล้วก็สงสัยว่าทำไมตัวไม่กระชับแม้น้ำหนักจะลง
ตัด carb แล้วลดได้เร็ว เลยคิดว่า carb คือตัวร้าย — จริงๆ ที่ลดได้เพราะน้ำออก + แคลรี่รวมต่ำลง ไม่ใช่เพราะตัด carb โดยตรง ระยะยาวจะไม่มีแรงเทรนและกล้ามจะไม่โต
ชั่งหลังปรุงแทนที่จะชั่งดิบ หรือชั่งดิบในขณะที่ database บันทึกค่าหลังปรุง — macro ที่ track อยู่ผิดตลอดโดยไม่รู้ตัว ทำให้คิดว่าทำถูกแล้วแต่ผลลัพธ์ไม่มา
วันพักกินเท่ากับวันเวท+คาร์ดิโอ — surplus สะสมโดยไม่รู้ตัว ทำให้ไขมันไม่ลดแม้จะ "track อยู่" เพราะตัวเลขรวมรายสัปดาห์เกิน TDEE
TDEE แม่น → Protein ก่อน → Fat พอดี → Carb ที่เหลือ → แยกตามประเภทวัน → มีระบบปรับเมื่อน้ำหนักหยุด — ทุกขั้นตอนนี้อยู่ใน Blueprint แล้ว

แคลอรี กำหนดทิศทางน้ำหนัก
สารอาหาร กำหนดกล้ามหรือไขมัน
Training สร้าง stimulus ให้ร่างกายขยาย
เห็นแล้วใช่ไหม

ทุกอย่างที่คุณเพิ่งเรียนรู้มา
ต้องการ ตัวเลขที่แม่นยำ
ของคุณโดยเฉพาะ

ไม่มีช่างก่อสร้างคนไหนเริ่มสร้างบ้าน
โดยไม่มีพิมพ์เขียว (Blueprint)

ร่างกายของคุณก็ไม่ต่างกัน —
และ พิมพ์เขียว (Blueprint) นั้นคำนวณไว้ให้แล้ว

พิสูจน์แล้ว โดย 1000+ คน
ผลลัพธ์จริง
ผลลัพธ์จริง
ผลลัพธ์จริง
ผลลัพธ์จริง
ผลลัพธ์จริง
ผลลัพธ์จริง
ผลลัพธ์จริง
ผลลัพธ์จริง
ผลลัพธ์จริง
ผลลัพธ์จริง
ผลลัพธ์จริง
ผลลัพธ์จริง
ผลลัพธ์จริง
ผลลัพธ์จริง
ผลลัพธ์จริง
ผลลัพธ์จริง
ผลลัพธ์จริง

← เลื่อนดูได้ →

Coaching ทั่วไป
สอนให้
ทำตาม
ระบบของ Fluk
สอนให้
เข้าใจ

ถ้าคุณเคยผ่าน 1:1 coaching มาแล้ว แล้วโยโย่กลับ หรือไม่เห็นผล
ปัญหาไม่ใช่วินัยของคุณ

แต่เพราะไม่มีใครสอนให้คุณเข้าใจร่างกายของตัวเองจริงๆ — คุณรู้แค่ว่าต้องทำอะไร แต่ไม่รู้ว่าทำไม และพอจบโปรแกรม ก็ไม่มีอะไรเหลือที่จะยึดได้

สิ่งที่คุณได้จาก Fluk — ไม่ว่าจะ Blueprint หรือ Coaching —
ไม่ใช่แค่หุ่นที่ดีขึ้น
แต่คือวิธีคิดที่ยังอยู่กับคุณไปตลอดชีวิต

เลือกแบบที่เหมาะ
กับคุณในตอนนี้

ทั้งสองตัวใช้ระบบเดียวกัน — ต่างกันที่ว่าคุณเดินตามระบบเอง หรือให้ Fluk ปรับแผนจาก data จริงทุกสัปดาห์

Blueprint คือพิมพ์เขียว
Coaching คือ Fluk อยู่ในไซต์งานกับคุณตลอดโปรแกรม

Blueprint
Google Maps
คุณรู้เส้นทางแล้ว
เดินตามได้เลย
vs
Coaching
มีคนนั่งข้างๆ
บอกทาง + เลี่ยงรถติด
+ ปรับเส้นทางให้

ถึงเหมือนกัน — แต่ Coaching จะ "ถึงเร็วและแม่นกว่า"

Blueprint 1:1 Coaching
แผนโภชนาการ ✅ ระบบคำนวณให้เอง ✅ ปรับทุก check-in
การติดตามผล 🔶 Open Chat (Q&A กลุ่ม) ✅ Weekly รายบุคคล
เมื่อติดขัดระหว่างทาง ❌ ไม่มีใครเห็น data ✅ Fluk เห็นและปรับ real-time
Personal Dashboard ❌ ไม่มี ✅ กราฟ progress รายสัปดาห์
ปรับแผนระหว่างทาง ✅ ปรับเองได้ (Blueprint สอนไว้) ✅ Fluk ปรับให้ทุกสัปดาห์
Fluk อยู่กับคุณตลอด 🔶 อยู่ในกลุ่ม Open Chat ✅ 1:1 ตลอดโปรแกรม

เหลือ 3 ที่
สำหรับเดือนนี้

Fluk ดูแลทุกคนด้วยตัวเองโดยตรง — จำนวนจำกัดเพื่อให้คุณภาพไม่ตก

ข้อมูลครบในหน้านี้แล้ว — ตัดสินใจได้เลย