ทำความเข้าใจวิทยาศาสตร์เบื้องหลัง
การลดไขมันและเพิ่มกล้ามเนื้อ
— ก่อนที่คุณจะเริ่มลงมือจริง
ถ้าเคย — คุณไม่ได้ผิดปกติ และคุณไม่ได้ขยันไม่พอ
ว่ายน้ำ 2 ชั่วโมง/วัน แต่น้ำหนักไม่ลง — เพราะไม่รู้เรื่องแคลอรีเลยสักนิด
รู้จักการออกกำลังกายแล้ว แต่ยังกลัวแป้ง กลัวไขมัน — ขาด macro ที่ถูกต้อง
เมื่อตัวเลขแม่นยำ — แคลอรี สารอาหาร training ทำงานร่วมกัน ร่างกายเปลี่ยนไปในทุกเดือน
สิ่งที่ผมเรียนรู้จาก 10 ปีนั้นคือ — ปัญหาไม่เคยใช่วินัย
ปัญหาคือผมไม่เคยมีตัวเลขที่ถูกต้องสำหรับร่างกายของผมโดยเฉพาะ
ร่างกายทำงานด้วยตัวเลข — แคลอรี่, โปรตีน, คาร์บ, ไขมัน
ถ้าตัวเลขผิด ความพยายามมากแค่ไหนก็ไม่ถึงจุดหมาย
Blueprint คือระบบที่คำนวณตัวเลขทั้งหมดมาเพื่อร่างกายคุณโดยเฉพาะ
เพศ อายุ มวลกล้ามเนื้อ ความสูง และไลฟ์สไตล์ — ทุกอย่างกำหนดว่าร่างกายคุณต้องการอะไร และเท่าไหร่ เพื่อเผาไขมันและสร้างกล้ามเนื้อได้จริง
ร่างกายใช้พลังงานตลอดเวลา — ทั้งตอนนอนหลับ ย่อยอาหาร เดิน และออกกำลังกาย ผลรวมทั้งหมดคือ TDEE ของคุณ
BMR ไม่เกี่ยวกับไขมัน — คำนวณจาก Lean Body Mass เท่านั้น น้ำหนักเท่ากันแต่ไขมันต่างกัน BMR จึงต่างกัน สูตรกลางไม่รู้ข้อมูลนี้
ดังนั้น คนน้ำหนัก 80 kg เท่ากัน แต่ถ้าไขมันมากกว่า → Lean Mass ต่ำกว่า → BMR ต่ำกว่า — นี่คือข้อผิดพลาดที่พบบ่อย: คำนวณ BMR จากน้ำหนักรวม ได้ค่าสูงเกินจริง กินตามตัวเลขนั้น กลายเป็นกินเกิน TDEE จริง แล้วสงสัยว่าทำไมน้ำหนักไม่ลง
ประเด็นสำคัญ: คนสองคนออกกำลังกายเหมือนกันทุกอย่าง แต่ถ้าคนหนึ่งทำงานออฟฟิศส่วนอีกคนเป็นครูที่เดินทั้งวัน — TDEE ของเขาต่างกันมาก การเลือก activity factor แบบ "เดาๆ" จึงผิดแทบทุกครั้ง
ร่างกายฟื้นฟู ไม่มีกิจกรรมเพิ่ม ต้องการพลังงานน้อยที่สุดในสี่วันประเภท
เทรนหนัก ต้องการ carb เพื่อเป็นเชื้อเพลิง และ protein เพื่อสร้างกล้าม
ใช้พลังงานจาก cardio เยอะ ต้องเพิ่มแคลรี่รองรับกิจกรรมที่สูงขึ้น
ทำทั้งสองอย่างในวันเดียว ร่างกายใช้พลังงานสูงสุด — ต้องรองรับให้เพียงพอ
ทำไมต้องแยกตามวัน: การกินตัวเลขเดิมทุกวันหมายความว่า วันที่ออกกำลังกายหนักคุณกินน้อยเกินไป วันที่พักคุณกินมากเกินไป — ทั้งสองแบบส่งผลต่อ performance และ body composition
ร่างกายดึงพลังงานจาก fat stores มาทดแทน — น้ำหนักลดลง
แต่ต้องกิน protein ให้พอ ไม่งั้นกล้ามจะหายไปด้วย
มีพลังงานส่วนเกินสำหรับสร้างกล้ามเนื้อใหม่ — ต้องคู่กับการเทรน
surplus มากเกินไปจะได้ไขมันแทนกล้าม
สังเกตไหมว่า
ด้านบนเขียนว่า กินน้อยกว่า TDEE → ลดน้ำหนัก
ไม่ใช่ → ลดไขมัน
เพราะ Calories บอกได้แค่ว่าน้ำหนักจะขึ้นหรือลง
แต่ไม่ได้บอกว่าสิ่งที่เปลี่ยนไปนั้นคืออะไร
สิ่งที่กำหนดว่าจะเป็นกล้ามเนื้อหรือไขมัน
— คือสารอาหาร
ถ้าเคยลดแล้วน้ำหนักหยุดกลางทาง
— นั่นไม่ใช่เพราะร่างกายดื้อ
มันเกิดจากกล้ามเนื้อที่หายไปโดยไม่รู้ตัวระหว่างที่ลด
เมื่อกล้ามลด TDEE ก็ลดตาม — กินเท่าเดิมแต่ร่างกายใช้พลังงานน้อยลง
น้ำหนักเลยหยุด
กล้ามเนื้อคือเตาเผาพลังงาน
เสียไปเท่าไหร่ metabolism ช้าลงเท่านั้น
คนที่ลดด้วย deficit อย่างเดียว โดยไม่จัดการสารอาหาร
มักได้ร่างกายที่เบาลง แต่ไม่กระชับ และน้ำหนักค้างเร็ว
Section ถัดไป
ให้น้ำหนักที่ลดมาจากไขมัน
— ไม่ใช่กล้ามเนื้อ
ต้องรู้ว่าต้องกินสารอาหารอะไร ปริมาณเท่าไหร่ — ถึงจะได้ผลที่ต้องการ
เมื่อเข้าใจ "วัสดุก่อสร้าง" ที่ร่างกายต้องการ — คุณจะรู้ว่าต้องจัดการยังไง
วัสดุหลักสำหรับสร้างและซ่อมกล้ามเนื้อ — ไม่ใช่ตอนเทรน แต่ตอนนอนหลับ ถ้าไม่มี protein พอ ร่างกายไม่มีอะไรใช้สร้าง เทรนหนักแค่ไหนก็ไม่ได้กล้าม
4 kcal / กรัมพลังงานหลักของกล้ามเนื้อและสมอง ถ้าขาด — คนงานหมดแรง ไม่มีแรงเทรน ไม่มีแรงคิด carb ไม่ใช่ศัตรู ปัญหาคือกินเกิน TDEE ไม่ใช่กิน carb
4 kcal / กรัมเครื่องมือที่ขาดไม่ได้ — ไม่ใช่แค่พลังงาน แต่เป็นวัตถุดิบของฮอร์โมน การดูดซึม vitamin และการทำงานของสมอง ไม่น้อยเกิน ไม่มากเกิน
9 kcal / กรัม · 20–30% ของแคลรี่
ร่างกายของคุณเปรียบเสมือน
บ้านหนึ่งหลัง
บ้านแต่ละหลังต้องมี
พิมพ์เขียว (Blueprint)
ที่แตกต่างกัน
นั่นคือเหตุผลที่ Macro ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน — ตัวเลขที่ได้ผลกับคนอื่นอาจไม่ใช่ตัวเลขที่ได้ผลกับคุณ และนั่นคือสิ่งที่เราจะคำนวณให้แม่นยำถัดไป
รู้ TDEE แล้ว ขั้นต่อไปคือแบ่ง "งบประมาณ" นั้นออกเป็น Protein / Fat / Carb ให้ถูกสัดส่วน
ไม่มีช่างก่อสร้างคนไหนเริ่มสร้างบ้าน
โดยไม่มีพิมพ์เขียว
ร่างกายของคุณก็ไม่ต่างกัน —
และ พิมพ์เขียวนั้นคำนวณไว้ให้แล้ว